มท.3 ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขเหตุน้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ แยกวงเวียนใหญ่ คุมเข้มความปลอดภัย เตรียมเคลื่อนย้ายสะพานลอยเปิดพื้นที่ซ่อมแซม
โพสต์เมื่อ: 11/07/2026 09:43
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วภายในอุโมงค์โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งส่งผลให้เกิดรอยร้าวบนผิวถนนและอาคารในพื้นที่โดยรอบ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมติดตามและวางแผนการแก้ไขปัญหา
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังความมั่นคงของอาคารและการบริหารจัดการระดับน้ำภายในอุโมงค์
สำหรับแผนปฏิบัติการในคืนวันที่ 10 กรกฎาคม ผู้รับจ้างจะเริ่มเคลื่อนย้ายโครงสร้างคอนกรีตสะพานลอยตั้งแต่เวลา 22.00 น. ด้วยเครนขนาด 500 ตัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เครื่องจักรกลหนักเข้าดำเนินงาน และติดตั้งระบบอัดซีเมนต์เคมีเสริมความแข็งแรงของชั้นดิน (Compact Grouting) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าการเคลื่อนย้ายจะแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 02.00 น.
ขณะเดียวกัน ผู้รับจ้างมีแผนเติมน้ำภายในอุโมงค์เป็นเวลาประมาณ 2 วัน เพื่อรักษาสมดุลแรงดันและป้องกันไม่ให้น้ำและทรายจากภายนอกไหลเข้าสู่อุโมงค์ ซึ่งอาจทำให้เกิดโพรงใต้ดินและนำไปสู่การทรุดตัวเพิ่มเติม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยย้ำว่า ทุกขั้นตอนต้องดำเนินการตามหลักวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยและแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือสถานการณ์รุนแรง (Worst-case Scenario) เนื่องจากสถานการณ์ยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า การดำเนินงานของผู้รับเหมามีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน การรื้อย้ายสะพานลอยจะช่วยเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าปฏิบัติงานได้สะดวก รวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ทีม USAR Thailand ได้เฝ้าติดตามการทรุดตัวของอาคารและผิวถนนตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบ Scope Eye และ Rescue Guardian พร้อมกำหนดพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนอยู่ห่างจากจุดเสี่ยงอย่างน้อย 30 เมตร รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์กู้ภัยเตรียมพร้อมตลอดคืน เพื่อสนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายสะพานลอยและรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามแผนที่กำหนด
ภาพ/ข่าว พี่ถาวร ผู้สื่อข่าวอาชญากรรม นสพ.30 ศูนย์ข่าว จ.กรุงเทพมหานคร
แชร์ข่าวนี้:
Facebook